กระเทียม

 

กระเทียม

ชื่อสมุนไพร กระเทียม

ชื่ออื่น ๆ หัวเทียม (ภาคใต้) ,หอมเตียม (ภาคเหนือ) , กระเทียมขาว หอมขาว (อุดรธานี) ,ปะเซ้วา (กะเหรี่ยง) , ผักหมี่ขาว ผักหมี่หอ (ไทยใหญ่)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Allium sativum Linn
ชื่อพ้อง Languas galangal (Linn.) Stuntz.
ชื่อสามัญ Garlic , common garlc.
วงศ์ ALLIACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
            กระเทียมต้นเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นคล้ายกับกระเทียมทั่วไป มีต้นใต้ดิน แต่ลำต้นใต้ดินไม่ขยายใหญ่ และไม่มีการแบ่งกลีบ ส่วนกลิ่นจะมีกลิ่นฉุนน้อยกว่ากระเทียมพันธุ์อื่น ๆ มีลำต้น 2 ส่วน คือ ลำต้นใต้ดินของกระเทียมต้น เป็นส่วนที่เจริญอยู่ใต้ดิน มีลักษณะทรงกระบอกที่ประกอบด้วยแผ่นหุ้มสีขาว มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย ขนาดลำต้นใต้ดินจะใหญ่กว่าลำต้นเหนือดินเล็กน้อย ฐานลำต้นแตกรากฝอยเป็นกระจุกแทงลึกลงดิน ลำต้นเหนือดิน เป็นส่วนที่ต่อเนื่องจากลำต้นใต้ดิน มีลักษณะทรงกลม สีขาว สูงประมาณ 20-50 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และหากรวมความสูงของใบด้วยจะสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร และสูงได้มากกว่านี้ โดยเฉพาะพันธุ์ต่างประเทศในแถบยุโรป ผลกระเทียมต้น เจริญรวมกันเป็นกลุ่ม แต่ละผลแบ่งเป็น 3 พู ด้านในมีเมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก แต่ละเมล็ดมีลักษณะทรงกลม สีน้ำตาลอมดำ

            กระเทียมต้นออกดอกเป็นช่อ คล้ายกับดอกกระเทียมทั่วไป มีก้านดอกทรงกลม แทงออกตรงกลางของลำต้น ยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร ก้านดอกไม่มีแกน ด้านในเป็นรูกลวง ปลายก้านดอกประกอบด้วยดอกย่อยเรียงกันเป็นกระจุกทรงกลม ดอกตูมมีลักษณะทรงระฆังหรือคล้ายกับดอกบัวตูม ที่หุ้มด้วยกลีบเลี้ยง เมื่อดอกบาน กลีบเลี้ยงจะแยกออก ดอกย่อย เป็นดอกสมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบดอก 6 กลีบ แผ่นกลีบดอกมีรูปไข่หรือรูปหอก มีสีขาวหรือสีขาวอมชมพู ด้านในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน และเกสรตัวเมีย 1 อัน แต่เกสรตัวผู้จะเจริญก่อนเกสรตัวเมีย ทำให้ไม่สามารถผสมเกสรได้ทันในดอกเดียวกัน ดังนั้น การผสมเกสรจึงอาศัยการผสมข้ามช่อดอกด้วยแมลง

ถิ่นกำเนิดกระเทียม

            กระเทียมนี้เป็นที่รู้จักกันมานาน กว่า 6,000 ปีมาแล้ว ดั้งเดิมกระเทียมเป็นพืชสมุนไพรของเอเชียกลาง ต่อมากลายเป็นอาหารประจำโต๊ะของชาวบ้าน ที่อาศัยอยู่ในแถบเมดิเตอเรเนียนและกลายเป็นสมุนไพรชูรสในเอเชีย แอฟริกาและยุโรปบางประเทศ ในสุสานตุตันคะเมนก็พบดินปั้นเป็นหัวกระเทียมวางอยู่ด้วย บางประเทศโดยเฉพาะประเทศยุโรปตะวันออกเชื่อว่า กระเทียมใช้กันผีเข้าบ้านด้วย และที่หนีไม่พ้นก็คือประชาชนในหลาย ๆ ประเทศใช้กระเทียมเป็นยากระตุ้น กำหนัดหรือยาโป๊วด้วย การบริโภคกระเทียมเพิ่งจะแพร่ไปถึงสหรัฐในตอนหลังของศตวรรษที่ 20 นี่เอง

             แต่ปัจจุบันก็กลายเป็นเครื่องปรุง อาหารหลักในครัวเสียแล้ว ปีหนึ่ง ๆ มีผู้บริโภคกระเทียมมากกว่า 200 ล้านตันทีเดียว ที่เมืองกิลรอย (Gilroy) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาได้พยายามยกฐานะเมืองนี้ให้เป็น “นครกระเทียมโลก” โดยการจัดงานกิลรอยการ์ ลิกเฟสต วัลในฤดูร้อนของทุกปีการสำรวจความเห็นประชาชน 2,000 คน เมื่อปี พ.ศ. 2548 ผลปรากฏวากระเทียมเป็นสิ่งที่ชาวบ้านนิยมนำไปปรุงอาหารที่อันดับที่ 6 ทีเดียว ในประเทศไทยปลูกมากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ แต่กระเทียมที่มีชื่อเสียงว่าเป็นกระเทียมคุณภาพดี กลิ่นฉุน ได้แก่กระเทียมจากจังหวัดศรีสะเกษ

การดูแลรักษากระทียม

            การให้น้ำ ในระยะแรกหลังการปลูกเสร็จถึง 1 เดือน จะให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ 3 วัน/ครั้ง และหลังจากเดือนที่ 1-2 ให้น้ำ 1 ครั้ง/สัปดาห์ เดือนที่ 3 ให้ 1 ครั้ง/14 วัน และเมื่อครบประมาณ 100 วัน ควรงดการให้น้ำ เพราะหากให้น้ำในระยะนี้ กระเทียมจะออกดอก ทำให้น้ำหนักหัวลดลง ขนาดหัวลดลงได้ การใส่ปุ๋ย แนะนำให้ใส่ปุ๋ยคอกเป็นหลัก อัตรา 2 ตัน/ไร่ ส่วนปุ๋ยเคมีให้ใส่ในช่วงระยะ 1 เดือนแรก หลังการปลูก ที่อัตรา 30 กิโลกรัม/ไร่ ในสูตร 15-15-15 และอีก 1 เดือน ถัดมาที่อัตราเดียวกันด้วยสูตร 12-12-24 ทั้งนี้ อัตราปุ๋ยเคมีอาจมากกว่านี้ แต่แนะนำให้ใส่พอประมาณ เพราะหากใส่มากจะมีผลต่อการเพิ่มความเป็นกรดของดิน และทำให้เนื้อดินแน่นได้ง่าย การกำจัดวัชพืช ให้มั่นกำจัดวัชพืชด้วยการถอนอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ 1 ครั้ง/เดือน ตลอดระยะเวลา 3 เดือน

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเว็บ Fast98 เป็น เครดิตฟรี  ฝาก-ถอนระบบออโต้ มีแอดมินบริการตลอด 24 ชั่วโมง          



ความคิดเห็น