หนาดใหญ่

หนาดใหญ่

ชื่อสมุนไพร หนาดใหญ่ 
ชื่ออื่น ๆ หนาด , หนาดหลวง , คำพอง(เหนือ) , พิมสม(กลาง) , ใบหรม(ใต้) , ไต่ฮวงไหง่ , ไหง่หนับเฮี่ยง(จีน) 
ชื่อวิทยาศาสตร์ Blumea balsamifera (L.) DC. 
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Blumea grandis DC., Baccharis salvia Lour. 
ชื่อสามัญ Ngai Campor Tree, Camphor Tree  
วงศ์ ASTERACEAE (COMPOSITAE) 

ลักษณะของหนาดใหญ่ 

  ต้นหนาดใหญ่ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มกึ่งไม้ล้มลุกที่มีอายุได้หลายปี ลำต้นมีความสูงได้ประมาณ 0.5-4 เมตร ลำต้นตั้งตรง เนื้อไม้เป็นแก่นแข็ง เปลือกต้นเรียบเป็นสีเขียวอมขาว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมเทา แตกกิ่งก้านมาก มีขนปุกปุยสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนขึ้นปกคลุมและมีกลิ่นหอม ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดหรือผล เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือตามหุบเขาทั่วไป ใบหนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปยาวรี รูปขอบขนานแกมใบหอก หรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายใบแหลมหรือมีติ่งหนาม โคนใบสอบหรือเรียวแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบหยักเป็นซี่ใหญ่ ไม่เท่ากัน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.2-4.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-17 เซนติเมตร แผ่นใบเป็นสีเขียว หลังใบและท้องใบมีขนทั้งสองด้าน ก้านใบสั้นหรือไม่มี 

  ดอกหนาดใหญ่ ดอกเป็นช่อกระจุกแน่น ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนงขนาดใหญ่ที่บริเวณปลายกิ่งหรือซอกใบ ช่อดอกมีขนาดโตไม่เท่ากัน โดยมีขนาดกว้างประมาณ 6-30 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-50 เซนติเมตร ชั้นใบประดับยาวกว่าดอกย่อย ลักษณะของดอกย่อยมีขนาดเล็กสีเหลือง ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก มีกลีบดอกติดกันเป็นหลอดยาวได้ถึง 6 มิลลิเมตร ปลายกลีบเมื่อบานจะแยกออกจากกันเป็น 5 กลีบ กลีบดอกอ่อนเป็นสีเหลือง เมื่อแก่แล้วกลีบดอกจะเปลี่ยนเป็นสีขาว โคนดอกมีกลีบเลี้ยงลักษณะเป็นเส้นฝอยปลายแหลมหุ้มอยู่ ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 อัน ยื่นออกมาจากใจกลางดอก และดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ผลหนาดใหญ่ ผลเป็นผลแห้งไม่แตก รูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร สีน้ำตาล โค้งงอเล็กน้อย มีลักษณะเป็นเส้นเล็ก ๆ 5-10 เส้น ส่วนบนเป็นขนสีขาว ๆ ปกคลุ พิมเสน (พิมเสนหนาดคือส่วนที่สกัดได้จากใบและยอดอ่อนด้วยไอน้ำ ซึ่งจะได้น้ำมันหอม ทำให้เย็น พิมเสนก็จะตกผลึก แล้วกรองแยกเอาผลึกพิมเสนมาใช้ประมาณ 0.15-0.3 กรัม นำมาป่นให้เป็นผงละเอียด หรือนำไปทำเป็นยาเม็ดกิน

ถิ่นกำเนิดหนาดใหญ่และการขยายพันธุ์หนาดใหญ่ 

  หนาดใหญ่ เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มักพบขึ้นตามที่รกร้าง ทุ่งนา หรือตามหุบเขาทั่วไป พบได้ทุกภาคในประเทศไทย และพบได้ในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน นับว่าเป็นพืชพื้นถิ่นของไทยได้เลยที่เดียว  หนาดใหญ่ ขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด นิยมปลูกไว้หน้าบ้านด้วยมีความเชื้อว่าสามารถขับไล่ผี และสิ่งที่ไม่ดีออกจากบ้านได้ แต่โดยมากมักขยายพันธุ์เอาโดยธรรมชาติ โดยอาศัยลมพัด ผลของหนาดใหญ่ไปตกตามที่ต่างๆ และเกิดเป็นต้นออกมา ซึ่งเป็นการกระจายพันธุ์โดยอาศัยธรรมชาติ 

 

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของหนาดใหญ่ 

  สารสำคัญที่พบ ได้แก่ blumealactone, borneol, flavanone, quercetin, xanthoxylin  ส่วนอีกข้อมูลระบุว่า สารที่พบคือน้ำมันหอมระเหย ในน้ำมันหอมระเหยพบสาร Cineole, Borneol, Di-methyl ether of phloroacetophenone, Limonene นอกจากนี้ยังพบสารจำพวก Amino acid, Erysimin, Flavonoid glycoside, Hyperin เป็นต้น หนาดใหญ่มีฤทธิ์ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเซลล์ ยับยั้งการหลั่งของฮีสตามีน ยับยั้งเอนไซม์ ขับปัสสาวะ ฆ่าปลา สารสกัดจากใบหนาดใหญ่ เมื่อนำมาฉีดเข้ากับสัตว์ทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิต ขยายหลอดลม ทำให้กล้ามเนื้อลายหดตัว และช่วยยับยั้ง Sympathetic nerve แต่ถ้านำมาฉีดให้กับคนจะพบว่าสามารถแก้ความดันโลหิตสูง อาการนอนไม่หลับ กระวนกระวายใจได้ และยังพบว่ามีฤทธิ์ขับปัสสาวะได้อีกด้วย 

  น้ำที่ต้มได้จากใบและรากหนาดใหญ่ ในความเข้มข้น 1% จะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะได้ และจากการทดลอง เมื่อนำมาเปรียบเทียบฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของน้ำต้มจากกาเฟอีนและใบชา พบว่าหนาดจะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะอ่อนกว่าเล็กน้อย เมื่อปี ค.ศ.2006 ที่ประเทศจีน สารสกัดหนาดใหญ่ถูกนำมาใช้ในการป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดตีบและไขมันในเลือดสูงได้ เมื่อปี ค.ศ.2007 ที่ประเทศจีน ได้พบว่าสารผสมจากหนาดใหญ่นั้น ถูกใช้ในการรักษาโรคลิ้นหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันสูง โรคหลอดเลือดตีบ โรคกล้ามเนื้อหัวใจวาย ในปริมาณ 5:1000 มิลลิกรัม 

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเว็บ Fast98 เป็น บอลน้ำดี  ฝาก-ถอนระบบออโต้ มีแอดมินบริการตลอด 24 ชั่วโมง 

ความคิดเห็น