ส้มลม
ส้มลม
ชื่อสมุนไพร : ส้มลม
ชื่อเรียกอื่น ๆ : เครือส้มลม
(อุบลราชธานี)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aganonerion
polymorphum Pierre ex Spire
ชื่อสามัญ : –
วงศ์ : APOCYNACEAE
ต้นส้มลม จัดเป็นไม้เถาเลื้อยพาดพันกับต้นไม้อื่น
แต่ไม่มีมือสำหรับใช้ยึดเกาะ ลำต้นหรือเถามีลักษณะกลมเรียบ มีขนาดเล็กสีเขียว
และมีน้ำยางสีขาว ตามกิ่งอ่อนมีขนละเอียด ส่วนกิ่งแก่มีช่องอากาศกระจายอยู่
ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะในภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบเฉพาะทางภาคเหนือตอนล่าง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และทางภาคกลาง
โดยมักขึ้นกระจายทั่วไปในป่าเต็งรัง ป่าละเมาะ และป่าดิบแล้ง
ที่ระดับความสูงจนถึงประมาณ 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ออกดอกในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ใบส้มลม ใบเป็นใบเดี่ยว
ออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ รูปวงรี หรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม
แหลมเป็นติ่ง หรือกลม โคนใบมน กลม ป้าน หรือเป็นรูปหัวใจ ส่วนขอบใบเรียบ
ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-9 เซนติเมตร
แผ่นใบค่อนข้างบางเรียบและเป็นมันมันวาว
สีเขียวเข้ม และมักมีปื้นหรือจุดสีแดงกระจาย หลังใบและท้องใบเรียบ
หรือหลังใบด้านบน ส่วนท้องใบด้านล่างมีขน มีขนสั้นนุ่มตามซอกเส้นแขนงใบด้านท้องใบ
เส้นแขนงใบมีข้างละประมาณ 3-6 เส้น
ก้านใบยาวได้ประมาณ 0.5-3.2 เซนติเมตร ใบอ่อนมีรสเปรี้ยว
ดอกส้มลม ออกดอกเป็นช่อแบบแยกแขนงหรือช่อเชิงหลั่น
โดยจะออกตามซอกใบหรือที่ปลายกิ่ง ช่อดอกยาวได้ประมาณ 3-9 เซนติเมตร
ดอกย่อยมีขนาดเล็กและมีจำนวนมาก ซึ่งดอกย่อยเป็นสีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม
หรือสีบานเย็น ทรงกลม ปลายแหลม มีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร
และมีประมาณ 20-30 ดอก กลีบดอกมี 5 กลีบ
กลีบมีลักษณะบิดเวียนขวาเล็กน้อย รูปค่อนข้างกลม กลีบดอกส่วนมากเป็นสีชมพูอมแดง
ปากหลอดมีสีอ่อน หลอดกลีบยาวได้ประมาณ 3.5-5 มิลลิเมตร
ส่วนกลีบยาวประมาณ 2.5 มิลลิเมตร
ปากหลอดมีขนสีขาวสั้นนุ่มประปราย โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดสั้น ๆ เป็นสีขาวอมชมพูหรือสีเขียวแกมขาว
ปลายแยกกัน
ก้านดอกยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร ส่วนกลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ สีแดงหรือสีเขียวเข้มปนแดง ยาวได้ประมาณ 3.5 มิลลิเมตร
โคนเชื่อมติดกัน ปลายกลีบแหลม รูปไข่ ขอบกลีบมีขนครุยสั้น ๆ ดอกมีเกสรเพศผู้ยาว 3-4
มิลลิเมตร มีอับเรณูคล้ายหัวลูกศร เกสรเพศเมีย
มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ มี 2 ห้อง แยกจากกัน มีขน
รังไข่ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 2
มิลลิเมตร รวมยอดเกสร ส่วนฐานรองดอกมี 5 พู
ใบประดับมีขนาดเล็กรูปไข่แคบ ร่วงได้ง่าย ผลส้มลม ออกผลเป็นฝักคู่
โคนฝักติดกัน ฝักมีลักษณะกลม ปลายฝักแหลม ยาวได้ประมาณ 20 เซนติเมตร
ผิวฝักเกลี้ยง ฝักสดเป็นสีเขียว
เมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแตกออกตามยาวเป็นตะเข็บเดียว
ภายในฝักมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดเป็นสีน้ำตาล ลักษณะเรียวยาว ยาวได้ประมาณ 1 เซนติเมตร ขนกระจุกยาวประมาณ 1.5-3 มิลลิเมตร มีปุยหรือขนสีขาวติดอยู่
สามารถลอยไปตามลมได้
สรรพคุณ
ยาสมุนไพรพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี ใช้ ราก ต้มน้ำดื่ม
แก้โรคกระเพาะ ช่วยขับลม เข้ายาแก้ตกขาว ทั้งต้น ต้มน้ำอาบ แก้คัน ยาพื้นบ้าน
ใช้ ราก ต้มน้ำดื่ม แก้กล้ามเนื้อท้องเกร็ง หรือผสมกับต้นเล็บแมว ต้นตับเต่าโคก
ต้นมะดูก ต้นเปล้าใหญ่หรือเปล้าน้อย ต้นมะเดื่ออุทุมพร ต้นกำจาย ต้นกำแพงเจ็ดชั้น
และต้นกระเจียน ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดเมื่อย ลำต้น ต้มน้ำดื่มแก้ลมวิงเวียน ตำรายาไทย ราก แก้ลม
แก้ช้ำใน แก้ไข้ ขับเสมหะ และโลหิต
วิธีการใช้
ยาช่วยแก้ลมวิงเวียน
แก้อาการคัน นำต้นนำมาต้มกับน้ำดื่มรับประทาน
ช่วยแก้ลมวิงเวียน หน้ามืดตาลาย และช่วยแก้อาการกระหายน้ำ นำใบต้มกับน้ำดื่มรับประทาน ยาช่วยขับลม ยาแก้โรคกระเพาะ
ยาแก้กล้ามเนื้อท้องเกร็ง ยารักษาอาการปัสสาวะขัด ยาแก้อาการตกขาวของสตรี
ยารักษาโรคม้ามโต ยาแก้อาการปวดเมื่อย นำรากต้มกับน้ำดื่มรับประทาน
ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการเว็บ Fast98 เป็น สล็อตPGแตกง่าย ฝาก-ถอนระบบออโต้ มีแอดมินบริการตลอด 24 ชั่วโมง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น